Tag Archives: ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เมื่อ ‘Hallyu’ กลายเป็นเครื่องมือแพร่ขยายอิทธิพลของเกาหลีใต้

5 May

Image

ตอนนี้คงจะปฏิเสธกับกระแส Pop Culture หรือ วัฒนธรรมสมัยนิยมร่วมจากแดนเกาหลี(ใต้)ไม่ได้ ว่ามีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมและพลวัตทางการเมืองโลก จากกระแสซีรี่ย์ฟีเวอร์ ‘Winter Sonata’ ที่ฮอตฮิตไปทั่วเอเชีย จนมาถึง ท่าเต้นควบม้าสุดฮิตของ ‘Psy’

เกาหลีใต้ได้ล้มลุกคลุกคลานจากการตกอยู่ภายใต้อำนาจของเจ้าอาณานิคมอย่างจักรวรรดิ ญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานถึงสามสิบปี อีกทั้งยังตกอยู่ภายใต้ความขัดแย้งร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีเหนือ  ซึ่งจากสาเหตุนี้นำไปสู่การถดถอยทางเศรษฐกิจ อีกทั้ง ภาพลักษณ์ของเกาหลีใต้ยังบอบช้ำจากสงครามจนกลายเป็นประเทศที่ถูกมองข้าม บ่อยครั้งในเวทีโลก

อย่างไรก็ตามภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่อยู่ในยุค แห่งข้อมูลข่าวสาร (Information Age) ทำให้เกิดวิวัฒนการของสื่อข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลข่าวสารที่รับรู้ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่คุณเปิดโทรทัศน์ หรือ หยิบโทรศัพท์ของคุณขึ้นมา เกาหลีใต้เองได้ฉกฉวยเอาความรวดเร็วจากการสื่อสารเหล่านี้เป็นเครื่่องมือชนิดหนึ่งใน การแพร่ขยายวัฒนธรรมและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศตนสู่สายตาชาวโลก ผ่านวัฒนธรรมป๊อป คัลเจอรท์ซึ่ง Joseph Nye ได้กล่าวไว้ว่า “เป็นความบันเทิงระดับมวลชน” ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมระดับสูงเช่น วรรณกรรม ศิลปะ และการศึกษา ทำให้ระบบการรับสารขยายวงอย่างกว้างขวางและและสามารถเสพย์ได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี ละครโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์

ความเจริญเติบโตของกระแสเกาหลีฟีเวอร์ หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘Hallyu’ (Korean Wave) เริ่มแพร่ขยายจากละครโทรทัศน์อย่าง ‘Winter Sonata’ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศแทบเอเชียตะวันออกอย่าง จีน และญี่ปุ่น โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เปี่ยมไปด้วยอิทธิพลของป๊อป คัลเจอรท์อยู่แล้วนั่น กลับถูกแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้อย่างมากมาย เพราะละครเชื้อสายเกาหลีใต้ ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมละครเท่านั้น อุตสาหกรรมดนตรีของเกาหลีใต้ก็สามารถเข้ามามีอิทธิพลเหนือกว่า จนถึงกลับมีการกล่าวว่า “ในขณะนั้น  ประเทศจีนมีวัยรุ่นถึงกับย้อมสีผม ตามศิลปินเกาหลีกันเป็นจำนวนมาก” หลังจากเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในวัฒนธรมป๊อป คัลเจอรท์อย่างล้นหลามในภูมิภาคต่างๆของเอเชีย ประเทศซีกโลกตะวันตกก็เริ่มรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมของเกาหลีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารนั่นเอง โลกที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้พรมแดนในปัจจุบันส่งผลให้วัฒนธรรมเกาหลี สามารถเข้าไปแทรกซึมปะปนอยู่กับวัฒนธรรมของตะวันตกได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่มีบริบททาง วัฒนธรรมมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ซึ่งต่างจากประเทศภายในภูมิภาคเดียวกันกับเกาหลี เช่น จีน ญี่ปุ่น ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์  โดยเห็นตัวอย่างได้ชัดเจนจากมิวสิควีดีโอเพลง ‘Gangnam Style’ ของ Psy ซึ่งมีผู้คลิกเข้าชมในเว็บไซต์วิดีโอยอดฮิตอย่าง Youtube ถึง หนึ่งหมื่นห้าพันล้านกว่าครั้ง โดยมีผู้เข้าชมจากทุกภูมิภาคของโลก

การใช้ป๊อป คัลเจอรท์ในการแพร่ขยายวัฒนธรรมเกาหลีมักจะเห็นได้ชัดจาก ละคร ภาพยนตร์ และเพลงต่างๆซึ่งมักจะมีเนื้อหาที่แทรกความเป็นเกาหลีลงไปด้วย เช่น ละครโทรทัศน์ เรื่อง ‘แด จัง กึม’ ที่สอดแทรกประวัติศาสตร์ความเป็นเกาหลี การใช้ชีวิต ภาษาและวัฒนธรรมอาหารการกิน หรือบ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในเกาหลี แฟชั่นการแต่งตัว จากละคร หรือสื่ออื่นๆอย่างบ่อยครั้ง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนส่งผลให้วัฒนธรรมของเกาหลีแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก และยังเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของเกาหลีผ่านการโปรโมท การท่องเที่ยว และ วัฒนธรรมทางอาหารอีกด้วย ด้วยความสำเร็จจากการแพร่ขยายวัฒนธรรมเกาหลีผ่านป๊อป คัลเจอรท์เช่นนี้ ทำให้ภาครัฐของเกาหลีใต้ออกมาสนับสนุนการใช้กระแส Hallyu เป็นเครื่องมือทางการทูตผ่านวัฒนธรรม (Cultural Diplomacy) อย่างเป็นทางการโดยในที่ประชุม The Korea Branding Convention ปีค.ศ.2011 ถึงกับมีการกล่าววลีสำคัญว่า “Hallyu สู่อนาคตโลก”

การเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีเช่นนี้ ได้สร้างภาพลักษณ์และอำนาจอย่างอ่อน (Soft Power จากทฤษฏีของ Joseph Nye ว่าด้วยการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือเชิงอำนาจ) ให้แข็งแกร่งขึ้นในเวทีโลก เกาหลีใต้ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากขึ้นและกลายเป็นตัวแสดงนึงที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งส่วนนึงเกิดจากสาเหตุทางการใช้ป๊อป คัลเจอรท์เป็นฐานทางวัฒนธรรมที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่าย ทำให้ภาพลักษณ์ของเกาหลีใต้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ในเชิงอำนาจอย่างอ่อนนั้น เกาหลีใต้ได้สร้างความเป็นตัวตนใหม่ขึ้นผ่านการรับรู้แบบใหม่ๆจากประชาคมโลก หลังจากที่ถูกมองว่าเป็นเพียงประเทศที่เคยตกอยู่ภายใต้มหาอำนาจทั้งจากจักรวรรดิ ญี่ปุ่น และ สหรัฐอเมริกา การสร้างภาพลักษณ์หรือ ที่ผู้เขียนจะใช้คำว่า ‘ตัวตน’ ซึ่งสามารถมองลงไปในเชิงความเป็นตัวแสดงที่สำคัญในระบบระหว่างประเทศได้ดีขึ้น อันเนื่องมาจากการเผยแพร่วัฒนธรรมให้เข้าไปซึมลึกอยู่ในระดับมวลชนซึ่งเป็น ผู้รับสารในวงกว้าง จึงสนองให้เกิดปฏิกิริยาที่รัฐของตนจะเปลี่ยนแปลงแนวทางนโยบายทางการฑูตต่อประเทศเกาหลีใต้ ยกตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เมื่อกระแสป๊อป คัลเจอรท์ของเกาหลีเพิ่มขึ้นในไทย คนไทยเริ่มเข้าถึงวัฒนธรรมเกาหลีได้อย่างกว้างขวาง เกาหลีได้รับการกล่าวถึงมากขึ้นในสังคมจนนำไปสู่กระบวนทางการฑูตระหว่างไทย และ เกาหลีใต้ (ไม่ขอพูดเรื่องข้อตกลงร่วมด้านต่างๆระหว่างไทยและเกาหลีใต้)โดยกระบวนการนี้ เกิดขึ้นจาก การสร้างตัวตนของเกาหลีใต้ที่เข้ามาอยู่ในความรับรู้ของคนไทยนั่นเอง ทั้งหมดทั้งมวลนี้นำไปสู่การสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งมากขึ้นในสายตาชาวโลก โดยผ่านเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่สามารถรับรู้ร่วมกันได้อย่างง่ายดายอย่าง ‘ป๊อป คัลเจอรท์’ นั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามการส่งเสริมนโนบายการฑูตผ่านวัฒนธรรมกลับมีสิ่งที่บ่อน ทำลายอยู่ภายในตัวของมันเอง แน่นอนว่าการแพร่ขยายวัฒนธรรมใดๆที่ไม่ใช่เป็นวัฒนธรรมร่วม (ยกตัวอย่าง ไทย-ลาว) หรือ วัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเอง จะนำไปสู่ข้อขัดแย้งทางความคิดของการเป็นชาตินิยมของคนในชาตินั้นๆ เมื่อเขามองว่าการ แพร่ขยายวัฒนธรรมของเกาหลี เปรียบเสมือนการแพร่ขยายอิทธิพล ที่เป็นไปในลักษณะเช่นเดียวกับ จักวรรดินิยมต่างๆ แต่การแพร่ขยายวัฒนธรรมของเกาหลีนั่นจะมาในคราบของวัฒนธรรมที่จะกลืนความเป็นชาติและเอกภาพของ ชาติที่รับวัฒนธรรมนั้นมา ซึ่งผลมี่เกิดขึ้นนี้นับเป็นข้อเสียของการใช้วัฒนธรรมเป็นตัวนำทางการฑูต เพราะจะนำไป สู่ประเด็นความขัดแย้งทางชาตินิยมนั้นเอง อีกทั้งยังอาจจะนำไปสู่การต่อต้านที่รุนแรงหรือการไม่ยอมรับในตัวเกาหลีใต้ว่า เป็นคู่มิตรสหายประเทศที่จริงใจแต่เพียงต้องการจะกอบโกยผลประโยชน์จากการใช้ วัฒนธรรมของชาติตนเองเท่านั้น